วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

第 10 課:「お茶目」って可愛いよ?

  สวัสดีค่าาา กลับมาเจอกับ げるげる อีกเช่นเคยย บล็อคนี้ก็จะไม่ขอบ่นอะไรมาก นี่พิมพ์ไปยังรู้สึกฟินกับการที่สอบเสร็จเเล้วไม่หาย ฮ่าาา เเต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันที่ปี3ผ่านไปเร็วเว่อ เกิดเรื่องราวมากมาย นี่ก็เหลืออีกปีเดียวก็จบเเล้ว คงคิดถึงชีวิตมหาลัยมากไม่รวมการปั่นงานเเละสอบ ฮ่าา

        งั้นขอเข้าเรื่องเลยย บล็อคนี้ げるげるจะมาเสนอคำว่า お茶目=おちゃめ」ค่ะ ไม่รู้เพื่อนๆจะเคยได้ยินคำนี้กันบ้างรึเปล่า ดูจากคันจิน่าจะเเปลกันได้ใช่ไม๊คะว่าคือตาสีน้ำตาล เเต่ๆๆๆๆๆๆ มันมิใช่เเค่นั้น มันยังมีความหมายอื่นอีกที่ใช้กันบ่อยเหมือนกัน เรื่องก็มีอยู่ว่า ตอนげるげる ไปกินข้าวกับเพื่อนญี่ปุ่นคนนึงกินบ่อยจัง ฮ่าา นี่ก็โชว์โก๊ะอีกเเล้ว นึกถึงตอน一期一会(いちごいちえ)ที่พูดเป็นいっきいっかい เลยย อันนี้ไม่ได้พูดเสียงอ่านไรผิด เเต่เข้าใจความหมายผิด คือげるげる เป็นคนชอบ冗談เล่นมุกนู่นนี่ไรงี้ใช่มะ ก็เล่นมุกกากๆอะไรซักอย่างไปเเล้วเขาก็หัวเราะเเล้วก็พูดว่า 面白いな、げるげるお茶目だね」นี่ก็สวนเลยค่ะ 「いや違うよー、黒目だよ」เเล้วก็เเหกตาให้เขาดูว่าตาชั้นดำนะไม่ใช่น้ำตาลอย่างมั่นใจ เขาก็「えっ?笑」ตกใจไปนิดนึงเเล้วก็หัวเราะ เราก็คิดในใจ หัวเราะทำไม ก็ตาดำจริงๆนี่หว่าผิดด้วยหรอไรงี้ ก็ไม่ได้เอะใจอะไร อาหารมาเสริ์ฟพอดีก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุย วันนั้นกลับมาบ้าน เขาก็ไลน์มาอธิบายคำศัพท์ให้เราฟังว่า お茶目ที่เขาบอกคือหมายถึง 可愛い นะ ไม่ใช่ตาสีน้ำตาลลล นี่เงิบเลยย นึกภาพตอนตัวเองเเหกตาให้เขาดูเเล้วจี๊ดเลย ฮ่าาา เอาเป็นว่าศัพท์บล็อคนี้คือ 

「お茶目=おちゃめ」



นิยามคือ 
「子供っぽい、愛嬌のあるいたずらをすることが好きな人、また、無邪気で愛らしく、憎めないさまのこと」
เเปลง่ายๆก็คือ "ดูน่ารักแบบเด็กๆไร้เดียงสา เปิ่นๆบ๊องๆโก๊ะๆ ค่ะ

げるげるก็ลองไปถามคนญี่ปุ่นหลายๆคนมาว่าเช่นยังไงบ้าง ก็มีบอกว่าเช่น
ジュース早く飲みたくて走って運んでたら転んでこぼしちゃうみたいな หรือแบบ
何か失敗して、誰かに迷惑がかかっちゃっても、怒る気になれないなーって感じ ประมาณนี้

ประมาณว่าเอาไว้ใช้บอกการกระทำของคนๆนั้นที่ดูแล้วโก๊ะๆน่ารักดี ใช้เป็นคำชมนะคะ แล้วคนญี่ปุ่นก็บอกว่าปกติจะใช้กับพวกเด็กผู้หญิง ไม่ค่อยใช้กับเด็กผู้ชายหรือไม่ใช้กับคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

ตัวอย่างประโยคที่げるげるคิดมาก็เช่น

君は本当にお茶目だねー!
เธอนี่น่ารักจริงๆเลยนะแฝงความเอ็นดู

なつきちゃんは動きもお茶目で、キャラも可愛い
นัตสึกิจังเวลาเคลื่อนไหวทำนู่นนี่ดูน่ารักแล้วบุคลิกลักษณะก็น่ารักด้วย

こんなお茶目なところも、清美ちゃんの魅力かもねー
ตรงที่ดูน่ารักแบบเด็กๆน่าเอ็นดูแบบนี้ก็น่าจะเป็นเสน่ห์หนึ่งของคิโยะมิจังเหมือนกันเนอะ

あの子、お茶目ですごく優しい人だよ
เด็กคนนั้นเป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็จิตใจดีมากๆด้วยนะ

元気いっぱい、お茶目ないくみちゃんだね
 อิคุมิจังนี่ทั้งดูมีชีวิตชีวา และทำอะไรก็ดูน่ารักเนอะ

    สำหรับบล็อคนี้ก็จบลงแล้ว นอกจากคำว่า  可愛い ก็หวังว่าเพื่อนๆจะลองไปใช้คำว่า お茶目กันดูนะคะ เวลาเจอเด็กๆหรือเพื่อนคนไหนที่ทำอะไรก็ดูน่ารัก แบบเปิ่นๆ ดูแล้วเอ็นดูโกรธไม่ลงจริงๆเป็นต้นค่ะ げるげる ก็มีลองไปใช้เม้ากับเพื่อนญี่ปุ่น ชมเพื่อนตัวเองว่าเนี่ยเพื่อนเราคนนี้ お茶目มากเลยนะไรงี้ ก็ใช้ถูกนะคะ ต่อไปนี้ถ้ามีใครชม げるげる ว่า お茶目อีก ก็จะไม่แหกตาให้เขาพิสูจน์อีกแล้วแน่นอนค่ะ ฮ่าาา แล้วเจอกันบล็อคหน้าน้า จ๊วฟฟฟฟฟ ><




第9課:「以心伝心」♥♥♥

        ฮัลโหลวววว เพื่อนๆ เป็นไงกันบ้างคะ หลายๆคนคงสอบเสร็จเเล้ว คนที่ยังสอบไม่เสร็จก็คงทำตัวเหมือนสอบเสร็จกันเเล้วใช่ไม๊ ฮ่าาา เเค่ผ่านวิชาเอกกับเลือกเอกไปได้ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกละ お疲れ様でしたー^^นี่ก็เหนื่อยเหมือนกัน ช่วงปีนี่นรกอย่างที่รุ่นพี่ว่าจริงๆ ทั้งงานเดี่ยวงานกลุ่มพรีเซ็นต์ทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละหลายๆรอบ รายงานอีกนับล้านน ช่วงสอบนี่ก็อ่านกันวันต่อวันจริงๆ げるげるนี่นอนไม่ค่อยพอเลย อ่านไปก็ปลงกับชีวิตไปหลายๆรอบ ถอนหายใจวันละหมื่นครั้ง ที่บ้านนี่เป็นห่วง เอาของนู่นนี่มาบำรุงกันใหญ่ สอบเสร็จวันศุกร์ วันเสาร์ว่าจะมาอัพบล็อค เเต่ดันสลบทั้งวันเลยย นอนไป18ชั่วโมงได้ 死ぬかと思ったฮ่าาา เอาเป็นว่าวันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี จะขออัพทุกอันที่ค้างไว้ในคลัง อาจจะอัพทีเดียวถี่หน่อย ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค๊าาา หนูไม่มีเวลามาอัพจีๆ T^T

        วันนี้จะขอเสนอคำว่า 「以心伝心=いしんでんしん」ค่ะ ก็จะขอเล่าที่มาของคำๆนี้เหมือนทุกๆบล็อคที่ผ่านมานะคะ คนที่เคยอ่านบล็อคげるげるก่อนหน้าก็น่าจะพอรู้ว่าส่วนมากเเต่ละエピソードมักจะมาจากบทสนทนาระหว่าง げるげる กับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ เรื่องก็คือมีวันนึง  げるげるไปดูหนังกับเพื่อน แล้วเพื่อนชาวญี่ปุ่นก็ไลน์มาหาว่าวันนี้ไปดูหนังมาหรอ げるげるก็เห้ย รู้ได้ไง เค้าก็บอกว่า 俺はげるげると以心伝心だから、何でも分かるよ」นี่ก็ไม่รู้จะเขินหรือจะกลัวดี ฮ่าาา ก็เลยได้รู้ศัพท์คำนี้มาใหม่ ซึ่งก็คือคำว่า

以心伝心(いしんでんしん)

นิยามเป็นภาษาญี่ปุ่นก็คือ
 "言葉によらずに、互いの心から心に伝えること。言語では説明できない深遠・微妙な事柄を相手の心に伝えてわからせること"   
หรือแปลง่ายๆว่"ใจสื่อถึงกัน/รู้ใจกันโดยไม่จำเป็นต้องพูด" นั่นเองค่ะ

ตัวอย่างการนำไปใช้ก็เช่น

恆毅君は全ての事が以心伝心で伝わると信じている
โคคิคุงเชื่อว่าเรื่องทุกเรื่องสามารถสื่อถึงกันได้ด้วยใจ

私とあなたは以心伝心の仲だね!
เธอกับฉันช่างเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันดีจริงๆนะ

僕と彼女はいつも以心伝心している
ผมกับเธอต่างรู้ใจกันดีเสมอ

あたしらは犬猿の仲だけど、心の中は繋がってる以心伝心だよ
ความสัมพันธ์พวกเราดูเป็นเพื่อนที่คอยกัดกันตลอดแต่ในใจของเราก็สื่อถึงกันนะเราก็รู้ใจอีกฝ่ายดีนะ

以心伝心といわれるように,家族やごく親しい人の間では,特に言葉で表現しなくても互いの思いが伝わっている
เหมือนที่เขาว่ากันว่าใจสามารถสื่อถึงใจ ระหว่างครอบครัวและคนที่สนิทมากๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงคำพูดอะไรออกมาเป็นพิเศษ ต่างฝ่ายก็สามารถเข้าใจความคิดระหว่างกันได้


    สำหรับบทความนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ คิดว่าสำนวนนี้น่าจะเอาไปใช้กับแฟนหรือกับเพื่อนสนิทเราได้อยู่นะ เช่น げるげる ก็มีลองไปใช้กับเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนนึง คือเม้าๆกันไปสักพัก げるげるกำลังจะเล่นมุก ปรากฏเขาเล่นสวนขึ้นมาก่อน げるげるก็บอก 以心伝心やな、私たちって เขาก็บอกว่าもちろんさ笑ประมาณนี้ คิดว่าเพื่อนๆก็คงจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ ที่แบบจะพูดอะไร หรือจะทำอะไร ยังไม่ทันบอกเพื่อนเราก็เข้าใจได้ไรงี้ ก็หวังว่าจะลองไปใช้กันดูนะค๊าาา แล้วเจอกันบล็อคหน้า จ๊วฟฟฟฟ ><



วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

第 8 課 : 「気合」と「気が合う」って同じじゃねぇ!?

        สวัสดีค่าา วันนี้ได้ げるげるก็ได้ฤกษ์มาอัพบล็อคที่ดองไว้ซักที รู้สึกเหนื่อยทุกอาทิตย์เลยอ่า งานก็เยอะ พรีเซนต์ก็เยอะ ไม่รู้จะผ่านเดือนนี้ไปได้อย่างไร งือออT^T เอาเป็นว่า วันนี้ขอนำเสนอคำว่า 「気合」กับ「気が合う」ค่ะ
        สำหรับเพื่อนๆที่รู้อยู่เเล้ว ก็ถือเป็นการทบทวนละกันนะคะ เเต่ げるげるเอง ยอมรับว่าพึ่งรู้ว่า2คำนี้ความหมายต่างกันค่ะ ปกติก็เจอเเล้วก็ใช้คำว่า気が合うบ่อยๆ ที่เเปลว่าเข้ากันได้ดีค่ะ เเต่ไม่รู้ว่าพอตัดคำช่วยออกไปจะทำให้ความหมายต่างออกไปได้ขนาดนี้  คำว่า 気合จริงๆก็เคยเจอบ้างนะคะ เเต่ก็ชอบเเปลเอาเองว่ามันหมายถึงเข้ากันได้ดีมาตลอด ไม่รู้ว่าเเถไปอย่างนั้นได้ไง ฮ่าาา เอาเป็นว่าเรามาเรียนรู้ความหมายเเละความเเตกต่างของคำ2คำนี้กันเลยดีกว่าค่าา เย่!!

เริ่มเเรก มาเรียนรู้คำว่า 「気が合う」 กันก่อนเลยดีกว่าค่ะ ความหมายของคำนี้ก็คือ
「他の人と気持ちが通じる状態。また、話や考え方や趣味が合うというような意味。
ง่ายๆก็คือ "เข้ากันได้ดี" ค่ะ ตัวอย่างประโยคที่ げるげる คิดมาก็เช่น

君とは気が合うね!
รู้สึกเข้ากับเธอได้ดีจัง

げるげるちゃんと料理の話や音楽の話をしたら、気が合いそう!
พอได้คุยเรื่องเพลง เรื่องอาหารกับげるげるก็รู้สึกว่าน่าจะเข้ากันได้ดี

気が合わない人にあわせようとすると疲れます。
การพยายามปรับตัวให้เข้ากับคนที่ยังไงก็เข้ากันไม่ได้มันช่างเหนื่อยจริงๆ

関西の人とのほうが気が合うと思うから、関西へ留学に行こうと決めた。
เพราะคิดว่านิสัยเข้าได้ดีกับคนคันไซมากกว่า ก็เลยตัดสินใจไปเเลกเปลี่ยนที่คันไซ


เอาล่ะค่ะ มาเรียนรู้อีกคำกันเลยดีกว่า นั่นคือคำว่า 「気合」นั่นเองงง ความหมายของคำนี้ก็คือ
「物事に向かう気持ちの勢い。強い気持ちを持って対応すること。
ซึ่งก็คือ "Fighting spirit หรือ จิตใจฮึดสู้" คำนี้ที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ คือมักใช้กับ ...を入れる
เช่น
次は決勝だ。気合を入れていけー!
ต่อไปเป็นรอบชิงชนะเลิศเเล้ว มาฮึดสู้ไปให้ถึงที่สุดกันดีกว่า

よし、気合を入れて頑張る!
เอาล่ะ ฉันจะฮึดสู้เเล้วนะ

気合を入れて試合に臨む。
รวมพลังฮึดสู้เเล้วไปเข้าร่วมเเข่งขัน

ตัวอย่างอื่นๆก็เช่น
気合でこの仕事を終わらす。
ฉันจะฮึดสู้เเล้วทำงานนี้ให้สำเร็จ

今日は彼がいるから気合が入る。
วันนี้มีเเฟนมาคอยอยู่ข้างๆ เลยรู้สึกมีกำลังใจฮึดสู้


         ส่วนอันนี้ ไม่ได้สำคัญมาก เเต่เป็นบทสนทนาที่เป็นที่มาให้  げるげる เลือกทำเรื่องนี้ค่ะ คือ げるげるไปเเอบฟังคนญี่ปุ่น2คนพ่อลูกเเอบคุยกันในรถไฟฟ้า ฮ่าาา รู้สึกเผือกมาก คือตอนฟังก็รู้สึกเอะใจว่าทำไมคนพ่อพูด 気合 เกี่ยวอะไรกับเข้ากันไม่เข้ากัน ตอนนั้นก็คิดว่าเค้าละ เฉยๆเเบบภาษาพูดทั่วไปที่มักละกริยาช่วย พอกลับมาบ้านก็เลยลองถามเพื่อนญีปุ่นว่าคืออะไร ก็เลย อ๋ออออ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

父:ひろし、最近勉強頑張ってるのか?
ฮิโระชิ ช่วงนี้ตั้งใจเรียนรึเปล่า
ひろし:い、いや、最近やる気がおきへんねんな(汗)
มะ ไม่เลย ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์อ่านหนังสือเท่าไหร่
父:気合が足らんわ!
ไม่มีพลังฮึดสู้เอาซะเลย


เป็นไงคะเพื่อนๆ บล็อคของ げるげるครั้งนี้ หวังว่าจะได้เรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ สำหรับตัว げるげる รู้สึกช็อคมากๆค่ะที่รู้ว่าความหมายมันต่างกันขนาดนี้ รู้สึกขอบคุณมากที่ได้เจอ2พ่อลูกบนรถไฟฟ้า  จากบล็อคครั้งนี้ก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การเผือกก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันค่ะ ฮ่าาา หลังจากที่ได้รู้ความหมายที่เเท้จริง ช่วงนี้ げるげる ก็ลองเอาไปใช้กับเพื่อนคนญี่ปุ่นบ้างค่ะ เช่นที่ใช้บ่อยๆคือ 気合を入れて頑張ってねー ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีนะคะ เพื่อนคนญี่ปุ่นก็บอกว่าใช้ถูกเเล้ว ก็รู้สึกดีใจค่ะ ได้เรียนคำที่ยาวกว่า 頑張ってねー ขึ้นมานิดนึง ฮ่าาา หวังว่าเพื่อนๆจะลองไปใช้กันบ้างนะคะ เเล้วเจอกันใหม่ จ๊วฟฟฟฟ



第 7 課 : I CAN CHANGE! (NEW ME?)

กลับมาเจอกับげるげるอีกครั้งค่ะ ช่วงนี้ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาอัพบล็อคเลย รู้สึกเสียจายยTT^TT วันนี้ก็ขอมาอัพการเล่าเรื่องอันสุดท้ายท้ายสุด ไปดูกันเลยค่าาา
 この間漫画を読んでましたね。(はい)それはどんな話かっていうとね (はい) 登場人物は一匹の犬と一人の赤ちゃんがいます (はい) 最初は犬が寝ていますね (はい) で、赤ちゃんはなんか、その犬に乗って遊ぼうとしてるみたいで、犬のところにはいはいして近づいてきてます。 (ああ、はい)  すると、あと一歩くらいだけでその犬が突然目を覚ましてしまって、えー、赤ちゃんと顔を合わせてしまいましたよ (へえ笑) そう、赤ちゃんはとてもびっくりして、(はい)「しまった」っていう顔をして、(はは) 「どうしよっかな」って、(うんうん) 「もう乗れなくなったな」って思ってるんで、(はい) それで、赤ちゃんは「あ、そうだ!尻尾の方から乗ろう!」って決めて (はい) 犬の周りをぐるっと一周はいはいで回ってきました。(はいはい) でも、回ってくると、えー、またまた犬と顔を合わせてしまいました (へっ笑) 「あれ?回り込んだはずなのに、また気づかれたんだ!」って赤ちゃんはびっくりしましたね (はい)で、犬もびっくりしましたよ (へえ、なんで?) なぜかっていうと、(はい)赤ちゃんが回り込んでいる時に、(はい)犬は赤ちゃんと遊びたくないから、寝てる向きを変えて逃げ切ろうとしたからです。(ああ、なるほど) はい、それで、また赤ちゃんと会うとは思わなかったんですよね (そうですね笑 二人ともショックですよね笑)そうそう、ん。。っていうのを読みました (はい、分かりました。面白かったです) んー、そうかな笑
 内省
รอบนี้ ถ้าเทียบกับรอบแรกสุดที่เล่าไป รู้สึกว่าดีขึ้นพอสมควรเลยค่ะ เพราะรอบแรกไม่เข้าใจเนื้อหาเลย แต่รอบนี้ เข้าใจเนื้อหาแจ่มแจ้งหลังจากที่ใช้เวลาทุ่มเทให้กับเรื่องนี้มาหลายสัปดาห์ ฮ่าาา ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดคือสังเกตได้ว่ารู้คำศัพท์และสำนวนมากขึ้น เช่นคำว่า คลานอ้อมมา   มีการใช้擬態語คือぐるっとแบบคนญี่ปุ่น มีการใส่มุมมองผู้พูดให้ชัดเจนมากขึ้นพวก てくる  มีการใส่ てしまうเสริมความรู้สึกให้กับเนื้อเรื่อง อีกทั้งยังมีการเกริ่น การจบเสริมเข้ามา และที่สำคัญคือมีการเปิดโอกาส เว้นช่วงให้ผู้ฟังได้แทรกあいづちแล้วเราก็พูดตอบรับที่เขาส่งมาด้วยค่ะ แต่เวลาพูดก็ยังมีตะกุกตะกักบ้าง ยังไม่สามารถเล่าเรื่องให้ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างคนญี่ปุ่น ก็คิดว่าจะลองพยายามนำสิ่งที่เรียนมาไปลองเล่าเรื่องอื่นๆนอกชั้นเรียนให้เพื่อนคนไทยหรือคนญี่ปุ่นฟังดูค่ะ น่าจะช่วยพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้
เป็นอย่างไรบ้างคะ เพื่อนๆว่าげるげる พัฒนาขึ้นบ้างรึป่าว T_T ยังไงก็มาสู้กันต่อไปนะคะ WE CAN CHANGE! きっと!แล้วเจอกันใหม่ค่าาา จ๊วฟฟฟ

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

第 6 課 : I CAN CHANGE! (I see)

 หลังจากบทความที่แล้วที่ทิ้งท้ายไว้ว่าตัวเองต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน รอบนี้ げるげる ก็ไปปรับปรุงมาแล้วค่ะ รู้สึกภาษาดูดีขึ้น เพราะสำนวนนี่เอามาจากเวอร์ชั่นคนญี่ปุ่นทั้งนั้น ฮ่าาาา เอาเป็นว่ามาดูวิวัฒนาการ การเล่าเรื่องของ げるげる รอบปรับปรุงกันเลยดีกว่าค่ะ

  四コマ漫画で、登場人物は一人の赤ちゃんと一匹の犬です。まず、一コマ目で、犬が寝ています。赤ちゃんがその犬の背中に乗って遊ぼうと思っています。続いて、二コマ目では、赤ちゃんが犬の前へハイハイで忍び寄ってきましたが、あと一歩のところで、犬が突然目を覚ましてしまいました。「しまった」と赤ちゃんはびっくりしました。三コマ目では、犬と顔を合わせてしまって乗れなくなったので、「ああ、どうしよう~どうやったら気づかれないのかな…あ、今度は犬の尻尾の方だったらきっと乗れるでしょ!」と赤ちゃんはそう思って、犬の後ろに回り込むことにしました。すると、四コマ目では、尻尾の方に回り込んだはずなのに、またまた犬と顔を合わせてしまいました。赤ちゃんは大ショック!実は犬は静かに寝たがるし、赤ちゃんと遊びたがらないので、寝ている向きを変えて逃げきったつもりでした。犬も大変びっくりしたでしょうね。赤ちゃんも犬もお互いから逃げたくても逃げられないというのがこの漫画のオチです。
内省
 
คิดว่ารอบแรกที่ได้อธิบายไป แม้จะมีให้คิดและเล่าเป็นภาษาไทยก่อน แต่ก็ทำได้ไม่ดี เพราะดูรูปแล้วไม่เข้าใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่ แต่พอได้ฟังอาจารย์และความคิดจากเพื่อนๆรอบข้าง ก็ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น เช่น จริงๆแล้ว เด็กทารกคลานเป็นวงกลมรอบๆเพื่อต้องการอ้อมไปขี่ตัวหมาจากด้านหลัง ซึ่งในรูปก็มีคำใบ้เป็นหาง แต่ในรอบแรกที่อธิบาย นอกจากไม่รู้เรื่องแล้วก็ยังไม่ค่อยรู้คำศัพท์หลายๆคำ เช่นคำว่าคลาน ซึ่งใช้คำว่าはいながらไป  แต่จริงๆควรใช้คำว่า はいはいหรือคำว่าคลานอ้อมไปเป็นวงรอบก็ไม่รู้ รอบแรกเลยใช้คำว่า走るซึ่งก็คิดว่าผิดแต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรแทนดี พอได้มาดูเวอร์ชั่นที่คนญี่ปุ่นเล่าก็ทำให้ได้เรียนรู้ศัพท์มากมาย เช่น犬の周りを一周ハイハイで回るหรือ回り込む อีกเรื่องที่รู้สึกว่าได้เรียนรู้เป็นอย่างมากคือการที่คนญี่ปุ่นจะนิยมใช้รูปてしまう และมีการแสดงมุมมองของตัวละครชัดเจนผ่านการใช้てきる/ていく ซึ่งตัวเองไม่ได้ใช้รูปเหล่านี้ไปเลยในการเล่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจบเรื่อง ที่คนญี่ปุ่นมักจบด้วยการสรุปเช่นという話です หรืออาจใช้การแสดงความคิดเห็นหรือข้อคิดที่ได้จากเรื่องก็ได้ค่ะ ซึ่งคิดว่าทำให้ช่วยจบเนื้อเรื่องได้ไม่ห้วนดีค่ะ จากการได้อ่านวิธีการเล่าเรื่องแบบคนญี่ปุ่นครั้งนี้ ก็คิดว่าได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์มากมาย และเทคนิคในการเล่าเรื่องเล็กๆน้อยๆ สำหรับการเล่าเรื่องในครั้งหน้าไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ก็คิดว่าจะลองไปประยุกต์ใช้ดูค่ะ
เจอกันใหม่บทความหน้านะค๊าาา จ๊วฟฟฟ

第 5 課 : I CAN CHANGE! (By myself)


       สวัสดีค่าา กลับมาเจอกับ         げるげる อีกครั้งนะคะ ห่างหายไปน๊านนาน นี่เพราะอาจารย์สุดสวยผลักดัน กระตุ้นให้มาอัพ เลยได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง วันนี้ก็จะมาอัพการเล่าเรื่อง あかちゃん ที่ げるげる ทำไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนู้นค่ะ อันนี้เป็นเวอร์ชั่นเเรกที่ยังไม่ได้เรียนรู้ศัพท์ใดๆทั้งสิ้นค่ะ


   まずは犬と赤ちゃんがいます。犬は寝ていますね。(はい)そして、え。。その赤ちゃんははいながら、犬のところに近づいています。(はい)でも、赤ちゃんの頭の中に、犬に乗っている絵が見えます。(犬に乗って?犬は赤ちゃんよりサイズが大きいですか?)はい、そうですね。でも、あんまり変わりません。たぶん赤ちゃんは犬に乗りたいと思っているようです。(ああ、はいはい。)次は突然犬が起きて、すると、偶然赤ちゃんと目が合ってます。(へえー。)次はなぜかわからないが、犬がなんか怒ってるみたいな顔をしてます。(うん) そして、赤ちゃんは他のところに逃げ出してます(えっ?)ん、走ってます。(走ってる?へえ、すごい) まあ走るっていうか、、(えー、はし) なんか速くはってますね.で、赤ちゃんの頭の中に犬の尻尾を考えてます。(犬の尻尾?) はい、しっぽね。 (ああ) で、はっていくと、また犬と会いました。また目と合ってます。(へえ) なんか一周回ってから、もう一回犬と会いました。(へえ) そして、赤ちゃんはびっくりした顔をしてます。(はい) たぶん犬と会うとは思わなかったかもです。(それで?)以上です (へえ、以上?わかりましたー
内省
...ค่ะ ก็รู้สึกอายเล็กน้อยที่ต้องบรรยายความกากให้พี่ๆ TA ฟัง ฮ่าา จำได้ว่าตอนนั้นได้รูปมาก็รู้สึก ไม่เข้าใจมากๆเลยค่ะ ว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร ต้องการสื่ออะไร โดยเฉพาะที่เด็กคิดภาพหางขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวยังไง ก็เลยเล่าไปเเบบงงๆ ส่วนสำนวนที่่อยากรู้ตอนนั้นมากๆคือ คำว่าคลานเป็นวงกลมเเล้วอ้อมกลับมาอีกด้าน เเล้วก็คำว่าคลานเเบบเร็วๆก็นึกไม่ออก มีการใช้คำว่า走るไป ซึ่งรู้สึกกากมาก จำหน้าเพื่อนตอนนั้นที่ฟังทีไร เเล้วรู้สึกฮาทุกที เพราะจำได้ว่าเพื่อนรู้สึกทึ่งมากที่เด็กทารกลุกขึ้นมาวิ่งได้ ฮ่าาา เเล้วตอนนั้นก็รู้สึกว่าใช้ tense มั่วไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้ตรงไหนควรใช้อดีต ตรงไหนปัจจุบัน อีกทั้งเนื้อเรื่องก็จบอย่างห้วนๆ ไม่มีการสรุปใดๆทั้งสิ้น อย่าว่าเเต่เพื่อนที่ฟัง งง เลยค่ะ ตัวคนเล่า げるげる เองก็ งง  เหมือนกัน ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ฮ่าา หลังจากที่เล่าเรื่องจบไปก็ทำให้ตระหนักได้ว่า ทักษะการเล่าเรื่องของตัวเองย่ำเเย่มากๆเลยค่ะ รู้สึกต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ก็ติดตามบทความหน้านะคะ ว่าปรับปรุงเเล้วจะออกมาเป็นอย่างไร เจอกันเร็วๆนี้ค่าา จ๊วฟฟฟ

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

第 4 課 : 「一期一会」の読み方って?!

สวัสดีค่าาา เพื่อนๆ สัปดาห์นี้ก็กลับมาพบกับ  げるげる อีกครั้งนะคะ วันนี้ げるげるก็มีคำศัพท์ความหมายดีๆมาฝากเพื่อนๆกัน นั่นก็คือ 
「一期一会」
นั่นเองงง แต่ก่อนที่จะไปเรียนรู้ความหมายกัน เพื่อนๆรู้เสียงอ่านของคำนี้รึเปล่าคะ?? ตอนแรก げるげる เห็นคำนี้ก็ไม่ได้สนใจอะไร  ตัวคันจิก็เจอบ่อยๆ เสียงอ่านก็น่าจะเดาได้แหละ แต่บอกเลยว่าแป๊กมาแล้วค่ะ! ฮ่าาาา เอาเป็นว่าขอเล่า エピソード ที่มาเกี่ยวกับคำนี้ซักหน่อยแล้วกันค่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่า げるげる ได้คุยกับเพื่อนญี่ปุ่นคนหนึ่งทางไลน์เรื่องคันจิที่ตัวเองชอบ ก็ได้ความว่า เขาชอบคำว่า「一期一会」ซึ่งตอนนั้น げるげる ก็ไม่รู้จักคำนี้มาก่อน เลยลองไปเสิร์ชความหมายดู ก็รู้สึกว่าเป็นคำที่มีความหมายดีมาก ก็เลยจำไว้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจดูเสียงอ่านอะไร พอเมื่อไม่นานมานี้ไปกินข้าวกับเพื่อนญี่ปุ่นอีกคนหนึ่ง เขาก็ดันบังเอิญมาถามเรื่องเดียวกันว่า げるげる ชอบคันจิตัวไหน ใจจริงก็อยากจะตอบว่าไม่ชอบซักตัวนะ ยากอ่ะ ฮ่าาา แต่ด้วยต้องการรักษาภาพพจน์ให้ดูดีหน่อย ก็เลยคิดว่า เอาวะ ขอตอบคำที่ความหมายดีที่เคยรู้มาดีกว่า ก็เลยตอบไปอย่างมั่นใจว่า อ๋อ ชอบคำว่า いっきいっかいน่ะ (ต้องการสื่อถึงคันจิตัว一期一会) เขาก็บอกฮะ? เราก็พูดแบบมั่นๆซ้ำไปอีกหลายยรอบว่าいっきいっかいไง เขาก็ไม่เข้าใจว่าคือคำไหน จนสุดท้ายเลยต้องเปิดพจนานุกรมให้ดูว่าคือตัวไหน แต่แล้ว げるげるก็พบว่า ..... 「一期一会」...มันอ่านว่า..... いちごいちえ โอ้ววว! げるげるนี่เงิบแรงๆเลยค่ะ ฮ่าาา อยากมุดแผ่นดินหนี ณ จุดๆนั้น  >_< ไม่เคยรู้มาก่อนว่า จะอ่านว่า แล้ว จะอ่านว่า ได้ ก็คิดว่าเสียงอ่านคำนี้จะจำไปได้อีกนานเลย ต่อไปไม่มีทางพูดผิดแน่นอนค่ะ !~ รอบหน้าใครมาถามอีกจะขอตอบ いちごいちえอย่างภาคภูมิเลยค่ะ
เอาเป็นว่า เพื่อนๆรู้เสียงอ่านกันแล้ว มาดูความหมายกันดีกว่า ขอบอกว่าคำนี้เป็นคำที่ความหมายดีมากๆคำหนึ่งเลยค่ะ โดยคำนี้แปลว่า

「一期一会」= いちごいちえ
次の機会がないかもしれないって気持ちで、相手をもてなし、今のこの時間を大切にする。その人とはまた会えるかもしれないけど、今の時間はこの瞬間だけだから、それを最高のものにする

ซึ่งสรุปง่ายๆก็คือ

"One chance in a lifetime" / "โอกาสมีครั้งเดียวในชีวิต (เราจึงควรใช้ให้คุ้มค่าที่สุด)" 

ส่วนใหญ่มักใช้ในแง่การคบหาสมาคมกับผู้อื่น คือต้องการให้เรารักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดีไว้ ปฏิบัติต่อกันประหนึ่งว่าวันหนึ่งเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก ใช้ทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า แม้กระทั่งเพื่อนหรือคนรอบข้างที่เจอหน้ากันทุกวัน เราอาจจะเผลอละเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจ สำนวนนี้จึงอยากให้เราฉุกคิดว่าควรทำดีต่อกัน รักกันไว้ให้มากๆ เป็นสำนวนที่げるげるคิดว่าสอดแทรกแนวคิดที่ช่วยพัฒนาสังคมหรือ人間関係 ในสังคมญี่ปุ่นได้ดีวิธีหนึ่งเลยค่ะ
          
ตัวอย่างประโยคที่  げるげる คิดมาก็เช่น

  一期一会の気持ちを持って、私は接客をしています。
ฉันปฏิบัติต่อลูกค้า โดยใส่ใจและให้ความสำคัญมาก (เพราะถ้าไม่ดูแลอย่างดี ลูกค้าก็คงไม่เลือกใช้บริการกับทางเรา)
  本当に一期一会だと思うなら全力を尽くしなさい
ถ้าคิดว่าโอกาสมีครั้งเดียวจริงๆแล้วล่ะก็ ก็ทำให้มันเต็มที่ สุดกำลังไปเลยสิ
 この度の機会を一期一会だと思い楽しい時間を過ごしましょう
ในโอกาสครั้งนี้ ก็คิดซะว่าเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต เพราะฉะนั้นมาสนุกกันให้เต็มที่กันเถอะ
  一期一会を大切にして、友達と接するようにしています。
พยายามให้ความสำคัญและปฏิบัติต่อเพื่อนราวกับเป็นโอกาสครั้งเดียวที่จะได้เจอได้คุยเช่นนี้กับเขา

อนึ่ง สำนวนนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นเอง ก็ยังมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจความหมายอยู่ค่ะ จากการที่ げるげる แอบทำวิจัยเล็กๆคือให้เพื่อนญี่ปุ่นไปถามคนรู้จักชาวญี่ปุ่นประมาณ 20 คน ก็พบว่ายังมีคนเข้าใจผิดคิดว่าสำนวนนี้หมายถึง もう二度と会わないหรือจะไม่ได้เจอกันอีกอยู่หลายคนเหมือนกันค่ะ ซึ่งแท้จริงแล้วสำนวนนี้ไม่ได้ต้องการสื่อว่า เจอแค่ครั้งเดียว แล้วจะไม่เจอกันอีก แต่ต้องการสื่อว่า การได้เจอกันแต่ละครั้ง ควรปฏิบัติต่อกันให้ดีที่สุด(ราวกับว่าจะไม่ได้เจอกันอีก)” ต่างหากค่ะ

สำหรับบล็อกสัปดาห์นี้ เป็นอย่างไรบ้างคะเพื่อนๆ สำนวน     「一期一会」วันนี้อาจจะไม่ได้นำไปใช้พูดในชีวิตประจำวันทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ถือว่าเป็นสำนวนที่มีความหมายดีมากๆเลยนะคะ หวังว่าเพื่อนๆจะได้เรียนรู้เสียงอ่านไปด้วยว่าคือ いちごいちえ ไม่ใช่  いっきいっかい แบบที่ げるげる เคยเงิบมาแล้วนะคะ ฮ่าาา ต่อไปนี้  げるげるก็จะไม่อ่านคำนี้ผิดอีกต่อไปอย่างเเน่นอนค่ะ แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้าน้าา จ๊วฟฟฟ^-^






ปล.ขอขอบคุณเพื่อน げるげるที่ไม่สามารถเอ่ยนามและชาวญี่ปุ่นอีก15คนที่ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามค่ะ